เริ่มต้นได้ดีแล้วปลายล่ะ!! 10 นักเตะที่ทำผลงานได้ดีในพรีเมียร์ลีก ของครึ่งฤดูกาลแรก

อันดับ 1 : เอเดน อาซาร์ (เชลซี)

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่อาซาร์มักจะทำผลงานได้ดีหลังเชลซีเปลี่ยนผู้จัดการทีม ดูเหมือนว่าฟอร์มการเล่นของปีกทีมชาติเบลเยี่ยมจะสัมพันธ์กับฟอร์มการเล่นของสโมสร ซึ่งเชลซีมักจะเป็นสโมสรที่มักจะประสบความสำเร็จในช่วงแรกของกุนซือคนใหม่ ก่อนจะค่อยๆ ทำผลงานดรอปลง เนื่องจากการขาดความสดใหม่ในทีม ฉะนั้นแล้วงานหลักของซาร์รี่คือการทำให้เชลซีทำผลงานให้ดีเข้าไว้ เพราะนั้นจะส่งผลให้อาซาร์มีผลงานที่ดีตามไปด้วย

ดูเหมือนว่าซาร์รี่เองก็มีแผนในการรับมือกับเรื่องนี้ เขาพยายามทำให้อาซาร์มีความสุข และนั่นก็พอจะช่วยยับยั้งไม่ให้ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมย้ายไปเรอัล มาดริด ซึ่งถือเป็นสโมสรในฝันของเขาได้ อดีตกุนซือของนาโปลีวางให้อาซาร์อยู่ใกล้พื้นที่สุดท้ายโดยไม่ต้องลงมาช่วยเกมรับมากนัก และยังพยายามให้อดีตดาวเตะลีลล์หุบเข้ามาเล่นตรงกลางมากขึ้นด้วย นอกจากนี้กุนซือจอมสูบบุหรี่ยังออกมายกย่องยอดแข้งวัย 27 ปี รายนี้ว่า สามารถทำประตูได้ถึง 35 ลูก ในฤดูกาลนี้

และแผนของซาร์รี่ก็กำลังเป็นไปได้สวยเลยทีเดียว อาซาร์ขึ้นเป็นดาวซัลโว่ร่วมของลีกด้วยการทำไป 7 ประตู ทั้งที่ลงเล่นไปเพียง 667 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้เขายังมีค่าเฉลี่ยการได้ง้างเท้ายิงทุกๆ 24 นาที  รวมถึงยังมีสถิติการได้จับบอลในกรอบเขตโทษมากขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้วอีกด้วย บางทีอาซาร์อาจจะกลายเป็นดรีส เมอร์เทนส์ คนใหม่ สำหรับซาร์รี่ก็ได้

อันดับ 2 : อายเมริค ลาปอร์ต (แมนฯ ซิตี้)

คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่หลายคนจะมองว่าฟอร์มการเล่นอันโดเด่นของแมนฯ ซิตี้ เกิดขึ้นเพราะเกมรุกของพวกเขา ทัพเรือใบสีฟ้ามีนักเตะแนวรุกหลายคนที่กำลังอยู่ในช่วงพีค พวกเขามีการเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายที่สวยงามและมีประสิทธิภาพ และสามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

แต่ในตอนนี้ หากจะถามว่าใครโดดเด่นที่สุดในทัพเรือใบสีฟ้า เราก็ขอเลือกลาปอร์ต เพราะเจ้าตัวได้ลงเล่นครบทุกนาทีในลีกฤดูกาลนี้ ทั้งๆ ที่เป๊ป มักจะหมุนเวียนผู้เล่นอยู่ตลอด โดยเฉพาะเซนเตอร์แบ็คที่มีตัวเลือกชั้นดีมากมาย แต่ลาปอร์ตกลับเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์คนเดียวที่ได้ลงเล่นครบทุกเกม และทุกนาทีในลีกซีซั่นนี้ รวมไปถึงในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ในฤดูกาลก่อน แมนฯ ซิตี้ อาจจะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็ยังมีจุดอ่อนในแนวรับอยู่ ลูกทีมของกวาร์ดิโอล่ามักจะเจอปัญหายามที่เจอกับทีมที่มีเล่นเกมสวนกลับได้ดีและมีเกมรุกเฉียบขาด แต่ปัญหาเหล่านี้ก็หมดไป ซึ่งต้องขอบคุณความเยือกเย็นของลาปอร์ต นับตั้งแต่ปราการหลังชาวฝรั่งเศสย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม เขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกให้เดอะ ซิติเซ่น ไปแล้ว 19  เกม และจาก 19 เกมที่กองหลังวัย 24 ปีลงสนามเป็นตัวจริง ทีมสามารถคว้าชัยได้ถึง 17 เกม เสมออีก 2 เกม และช่วยให้ทีมเสียประตูแค่ 8 ลูกเท่านั้น

อันดับ 3 : ดาบิด ซิลบา (แมนฯ ซิตี้)

มีทฤษฎีของแฟนบอลบางกลุ่มระบุว่า ยิ่งซิลบามีอายุมากขึ้น เขาก็ยิ่งเก่งขึ้น และมันก็ดูจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แม้จะมีอายุถึง 32 ปีแล้ว ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้อดีตกองกลางบาเลนเซียได้รับคำสรรเสริญมากขึ้น นักฟุตบอลส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะพึ่งพาความเร็วและความแข็งแกร่งทางกายเพื่อให้ตัวเองทำผลงานได้ดี แต่ซิลบานั้นต่างออกไป เพราะสำหรับเจ้าตัวแล้ว การควบคุมบอลสำคัญที่สุด  และเขาเน้นใช้สมองมากกว่าพละกำลัง

ซิลบาจะมีอายุครบ 33 ปี ในเดือนมกราคมนี้ แต่นี่อาจจะเป็นช่วงที่เจ้าตัวเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพ เพราะเขาไม่ใช่นักเตะประเภทที่วิ่งไปทั่วทั้งสนาม หรือใช้ความเร็วเพื่อพาบอลผ่านแนวรับ มิดฟิลด์สแปนิชรายนี้ใช้เพียงการควบคุมบอลและความสร้างสรรค์ในการเล่น เพื่อควบคุมจังหวะของเกม และควบคุมการเล่นเกมรุกของแมนฯ ซิตี้

แม้รอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยนักเตะที่มีความเร็วและมีทักษะการผ่านคู่แข่งที่ยอดเยี่ยม แต่ซิลบาก็ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนเป็นที่จับตามองของแฟนบอล การเล่นของเขาเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพอันล้นเหลือ ในฤดูกาลก่อนมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนมีปัญหาในเรื่องของครอบครัวจนทำให้เขาพลาดการลงสนามไปหลายเกม ทำให้ฤดูกาลนี้ ซิลบาตั้งเป้าจะทำผลงานให้ดีกว่าเดิม และถ้าเจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พ่วงด้วยนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีในฤดูกาลนี้ มันก็คงจะเป็นการจบฤดูกาลที่สุดยอดที่สุดสำหรับตัวซิลบา และแฟนบอลของเขา

อันดับ 4 : โจ โกเมซ (ลิเวอร์พูล)

การมาของอลิสซอนช่วยกระดับการเล่นเกมรับของลิเวอร์พูลได้ดีทีเดียว นอกจากนี้เวอร์ กิล ฟาน ไดจ์ค ก็ยังตงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นผู้นำในแผงหลังให้กับทีมได้ดีเช่นเคย แต่หากคุณได้ดูลิเวอร์พูลลงเล่นทุกเกม คุณจะเห็นว่านักเตะเกมรับที่ทำผลงานได้ดีอีกคนของหงส์แดงคือ โจ โกเมซ และเราก็มองว่าเขาคือกองหลังที่ทำผลงานได้ดีที่สุดให้กับทีมดังจากเมอร์ซีย์ไซด์ในตอนนี้

โกเมซเริ่มต้นจากการเป็นนักเตะเยาวชนของชาร์ลตัน ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่แอนฟิลด์เมื่อปี 2015 ก่อนที่เขาจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงตอนไปรับใช้ทีมชาติอังกฤษ U-21 จนต้องพักรักษาตัวเป็นปี อย่างไรก็ตาม ปราการหลังดาวรุ่งรายนี้พยายามทำงานอย่างหนักในช่วงพักฟื้น เพื่อหวังจะกลับมาสู่ทีมในฐานะนักเตะที่ดีกว่าเดิม

และคุณก็คงจะรู้แล้วว่ากองหลังดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษพัฒนาขึ้นมาขนาดไหน เรามักจะได้ยินเสียงยกย่องชื่นชมของแฟนบอลที่แอนฟิลด์อยู่บ่อยๆ ในยามที่โกเมซออกวิ่งด้วยความเร็วเพื่อไปเข้าสไลด์ปะทะแนวรุกคู่แข่ง ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เรารู้ว่า ดาวรุ่งวัย 21 ปี ได้เข้าไปอยู่ในใจของเหล่าสเกาเซอร์แล้ว

อันดับ 5 : อเล็กซองเดร์ ลากาเซตต์ (อาร์เซนอล)

ลากาเซตต์อาจจะเคยมีช่วงเวลาที่ต้องกังวลเรื่องอนาคตตัวเองกับอาร์เซนอล แม้ทีมจะปล่อยอเล็กซิส ซานเชส ออกไปในเดือนมกราคม แต่ก็มีการนำเข้านักเตะอย่างเฮนริค มคิทาร์ยาน และปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง เข้ามา และนั่นก็ทำให้ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสต้องพบกับสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก นอกจากนี้ การได้รับบาดเจ็บริเวณหัวเข่าในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ในทีมของเขาแย่ลงไปอีก

แต่ในยุคของอูไน เอเมรี่ มันต่างไป อดีตหัวหอกของลียงไม่ใช่นักเตะคนเดียวที่ดูมีความสุขภายใต้การทำทีมของกุนซือชาวสแปนิช แต่ลากาเซตต์เป็นคนที่แสดงให้เราเห็นว่ามีความสุขมากขึ้นชัดเจนที่สุด ในลีกฤดูกาลนี้ เจ้าตัวทำไปแล้ว 4 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ ที่สำคัญคือกองหน้ารายนี้เล่นเข้าขากับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรอย่างโอบาเมยองได้เป็นอย่างดี

ในตอนแรก ทุกคนเป็นกังวลว่าทั้งสองคนจะเล่นร่วมกันได้ไหม แต่ประเด็นนี้ก็ตกลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะทั้งสองคนประสานงานกันได้อย่างลงตัว และตลอดเวลา 438 นาทีที่ทั้งสองคนลงสนามพร้อมกัน ทั้งคู่ก็ทำประตูให้ทัพปืนใหญ่ได้ถึง 8 ลูกเลยทีเดียว

อันดับ 6 : ไรอัน เฟรเซอร์ (บอร์นมัธ)

ไรอัน เฟรเซอร์ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ทำประตูได้มากกว่า 3 ลูก และทำแอสซิสต์ได้มากกว่า 3 ครั้ง เขาถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือของบอร์นมัธ นำมาปั้น และรีดศักยภาพออกมาได้เป็นอย่างดี จนช่วยให้เดอะ เชอร์รี่ส์ ทำผลงานติดลมบนอยู่ในตอนนี้

สำหรับเฟรเซอร์ เส้นทางนักฟุตบอลของเขานั้นไม่ได้สวยงามนัก ครั้งหนึ่งเขาเคยออกมายอมรับว่า ไม่ได้สนใจสภาพร่างกายตัวเองเลย นับตั้งแต่สามารถเข้าไปเล่นกับทีมชุดแรกของบอร์นมัธได้ จนเอ็ดดี้ ฮาว ต้องออกมาบอกว่า เขาจะไม่ได้ลงเล่นให้สโมสรอีก จนกว่าตัวปีกชาวสก็อตติชจะกลับมาดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้

แต่ในตอนนี้เฟรเซอร์เป็นผู้ใหญ่แล้ว และเจ้าตัวก็ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และเริ่มแสดงให้เห็นถึงบุคลิกของความเป็นนักเตะที่สามารถชี้ขาดเกมได้ ซึ่งเราไม่เคยเห็นจากตัวเขามาก่อนเลย เราคิดว่าปีกทีมชาติสก็อตแลนด์รายนี้ ควรจะดูเอเดน อาซาร์ เป็นแบบอย่างไว้ เพราะพวกเขามีลักษณะการเล่นที่คล้ายกันมาก และอาจจะมากกว่าที่เราคิดไว้ บางทีฤดูกาลนี้อาจจะเป็นฤดูกาลแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของเฟรเซอร์ก็เป็นได้

อันดับ 7 : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

ไม่มีนักเตะคนไหนในทีมลิเวอร์พูลที่ยิงประตูตรงกรอบ, สร้างสรรค์โอกาสให้ทีม และเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้มากกว่าโมฮาเหม็ด ซาลาห์ อีกแล้วในฤดูกาลนี้ แม้ปัจจุบันปีกทีมชาติอียิปต์จะยังห่างไกลจากฟอร์มการเล่นในฤดูกาลที่แล้วของตัวเองพอสมควร แต่ตอนนี้เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ทำประตูให้หงส์แดงได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2  หากนับเฉพาะนักเตะที่ยังคงลงเล่นให้กับทีมอยู่

คุณไม่ต้องใช้เวลานานนักหรอกหากจะดูซาลาห์สร้างความแตกต่างในเกม การเล่นด้วยความมั่นใจสูงสุดทำให้นักฟุตบอลสามารถเล่นไปตามสัญชาตญาณตัวเองได้ แต่บางทีผลงานที่ยอดเยี่ยมนั้นก็ทำให้นักเตะขาดความรอบคอบมากขึ้น และตอนนี้ดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นก่อนก็คงต้องคิดอะไรให้มากขึ้นว่าจะทำอะไรในแต่ละจังหวะ เพราะตอนนี้ฟอร์มเขายังไม่ได้อยู่ในจุดพีค แถมยังถูกบรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีกจ้องที่จะรุมกินโต๊ะอยู่ตลอด

แม้จะยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่ซาลาห์เองก็ยังสร้างความแตกต่างให้ทีมได้ เจ้าตัวเป็นนักเตะ 1 ใน 6 คน ที่สามารถทำประตูได้มากกว่า 3 ลูก และทำแอสซิสต์ได้มากกว่า 3 ครั้ง (5 ประตู 3 แอสซิสต์) ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ฉะนั้นแล้ว หากปีกวัย 26 ปี กลับมาท็อปฟอร์มได้เมื่อไร บรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีกคงได้ปวดหัวหนักแน่

อันดับ 8 : แมตต์ โดเฮอร์ตี้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

นี่คือนักเตะที่ถูกมองว่ามีพัฒนาการมากที่สุดของลีกผู้ดีช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดเฮอร์ตี้เคยถูกปล่อยตัวไปอยู่กับฮิเบอร์เนี่ยนและบิวรี่ ก่อนจะกลับมาอยู่กับทัพหมาป่าในช่วงที่ทีมตกไปลีก วัน ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดในยุคที่นูโน่เข้ามากุมบังเหียนวูล์ฟส และพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งผลงานของแบ็คขวาจอมบุกรายนี้ก็ยอดเยี่ยมจนแฟนบอลของทีมต้องออกมาแต่เพลงเชียร์ให้กับเขาเลยทีเดียว

วูล์ฟสออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ดีทีเดียว แม้พวกเขาเพิ่งจะเสียท่าให้กับไบร์ทตัน และวัตฟอร์ด ใน 2 นัดล่าสุด แต่โดเฮอร์ตี้ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ สำหรับวูล์ฟแฮมป์ตัน มีนักเตะเพียงคนเดียวในทีมที่ยิงบอลเข้ากรอบได้มากกว่า และยิงประตูได้มากกว่าแบ็คขวาชาวไอร์แลนด์รายนี้ นอกจากนี้ ยังมีนักเตะเพียง 2 คนเท่านั้น ที่สร้างสรรค์โอกาสการทำประตูให้ทีมได้มากกว่าเขา

ในตอนแรก ทุกคนอาจจะแปลกใจที่วูล์ฟสพยายามลงทุนเพื่อดึงนักเตะในตำแหน่งกองหน้าและกองกลางมาร่วมทีม ขณะที่ผู้เล่นเกมรับกับเลือกใช้นักเตะที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในลีกรองอย่างโดเฮอร์ตี้เป็นตัวหลัก แต่มาถึงตอนนี้ แฟนบอลคงจะเลิกสงสัยแล้วว่าทำไม นูโน่ กุนซือของทีมถึงตัดสินใจแบบนั้น

อันดับ 9 : เซร์จิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)

เป็นเรื่องง่ายที่เราจะเห็นอเกวโร่ทำผลงานได้ดีอย่างสม่ำเสมอจากระบบการเล่นเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ เพราะหลายๆ คนมองว่าใครก็ตามที่มาเล่นเป็นกองหน้าให้เรือใบสีฟ้า ย่อมทำประตูได้มากมายและประสบความสำเร็จในอาชีพแน่นอน ฉะนั้นแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ ‘เอล กุน’ จะทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ในตอนนี้ เขาถือเป็นนักเตะที่มีโอกาสจบสกอร์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก พร้อมกับทำประตูไปแล้ว 6 ลูก แม้อัตราความแม่นยำในการยิงเข้ากรอบกับค่าเฉลี่ยในการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูของเจ้าตัวจะน้อยกว่าแฮร์รี่ เคน ก็ตาม

แต่ต้องยอมรับว่า ตอนนี้อเกวโร่จะไม่ใช่ตัวจบสกอร์หลักของแมนฯ ซิตี้ เพราะหน้าที่นั้นน่าจะเป็นของราฮีม สเตอร์ลิ่ง มากกว่า ด้วยวัย 20 ปลายๆ ทำให้ศูนย์หน้าเลือดฟ้าขาวต้องปรับบทบาทในการเล่น เพื่อให้ตัวเองสามารถเล่นในระบบที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า วางไว้ได้

กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ถูกถอยลงมายืนต่ำกว่าเดิม โดยมีหน้าที่หลักคือการดึงกองหลังออกจากตำแหน่ง และสร้างพื้นที่ว่าง นอกจากนี้ เจ้าตัวยังต้องตัดสินใจเอาเองว่าจังหวะไหนควรจะเล่นอย่างเห็นแก่ตัว หรือจังหวะนั้นควรจะออกบอลให้เพื่อน และเขาก็ต้องทำมันให้ถูกจังหวะและเวลา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว ไม่เชื่อคุณก็ลองดูกาเบรียล เฆซุส ในฤดูกาลนี้สิ ศูนย์หน้าทีมชาติบราซิลเล่นไม่ออก และเพิ่งทำประตูในฤดูกาลนี้ได้เพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่กับอเกวโร่แล้ว บทบาทนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาแม้แต่น้อย

อันดับ 10 : มาร์กอส อลอนโซ่ (เชลซี)

ในตอนนี้เราก็พอจะเห็นแล้วว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ ถือเป็นคนที่เหมาะสมแล้วในการเข้ามาทำงานกับเชลซีแทน อันโตนิโอ คอนเต้ ซึ่งระบบการเล่นของกุนซือสายควันรายนี้ก็อาจจะทำให้อลอนโซ่พบกับความลำบากอยู่บ้าง จากการเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นมาเป็นฟูลแบ็คในระบบแบ็คโฟร์ แทนที่การเล่นเป็นวิงแบ็คในระบบหลังสาม

สำหรับอลอนโซ่แล้ว เขายังคงรับหน้าที่การดูแลเกมรับทางฝั่งซ้ายเหมือนเคย รวมถึงคอยเติมรุกในโอกาสที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มันก็น่ากังวลเหมือนกันว่าแบ็คซ้ายทีมชาติสเปนอาจจะทำผลงานติดขัด เนื่องจากต้องเล่นเกมรับมากขึ้นในระบบแบ็คโฟร์ และบางทีเจ้าตัวอาจจะถูกแทนที่จากการนำเข้านักเตะใหม่ของซาร์รี่ได้

แต่สุดท้ายสิ่งที่เรากังวลก็ไม่เกิดขึ้น เพราะอลอนโซ่ยังคงทำผลงานได้ดีแม้ต้องลงเล่นในตำแหน่งที่ต้องเล่นเกมรับมากขึ้น ขณะที่เกมรุกเขาก็ยังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม มีเพียงแค่อาซาร์กับโมราต้าเท่านั้นที่มีโอกาสลองยิงประตูมากกว่าอดีตดาวเตะของฟิออเรนติน่า ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเราตกยกเครดิตให้เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ยังคงให้อิสระในการเติมเกมรุกแก่แบ็คซ้ายชาวสแปนิชรายนี้เหมือนเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

สล็อตออนไลน์ หรือ Slot Online โดยจำลองตู้สล็อตแมชชีน Gclub Slot เว็ปสล็อตออนไลน์ที่มีบริการเกมสล็อตมากกว่าร้อยเกมให้คุณปั่นสล็อตClub Casino , Ruby888 , Royal1688 , Holiday Palace , Genting Crown ด้วยเกมส์คาสิโนยอดฮิตมากมายจีคลับ เช่น บาคาร่า สล็อตออนไลน์ ไฮโล รูเล็ต กำถั่ว น้ำเต้าปูปลา สามารถเล่นคาสิโนได้แบบสดๆออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์สโบเบ็ต(Sbobet) เว็บไซต์อันดับหนึ่งที่ให้บริการแทงบอลออนไลน์ และเดิมพันกีฬาออนไลน์ Sbobet จีคลับ

10 เจ้าพ่อนักสังหารลูกนิ่งความแม่นยำถึง90%จาก 5 ลีกดังในโลกใบนี้

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยุโรปได้สร้างนักเตะที่เชี่ยวชาญลูกตั้งเตะมามากมาย ทั้งเดวิด เบ็คแฮม, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, จูนินโญ่ หรือ โรแบร์โต้ คาร์ลอส และนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่แฟนมักจะมีความเห็นไม่ตรงกันซักที ก็คือใครกันคือจอมสังหารลูกนิ่งที่ดีที่สุดในยุโรป?

โดยธรรมชาติแล้ว ผู้เล่นที่ได้รับหน้าที่จัดการกับลูกตั้งเตะมักจะมีโอกาสในการทำประตูมากกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น ลีโอเนล เมสซี่ กับ 13 ประตูจากลูกฟรีคิก ซึ่งมากกว่าใครใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ตั้งแต่ปี 2015 แต่ขณะเดียวกันซุปตาร์จากบาร์เซโลน่าก็ใช้โอกาสไปมากถึง 134 ครั้งเลยทีเดียว

แล้วผู้เล่นคนไหนล่ะที่มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูจากลูกฟรีคิกที่ดีที่สุดจาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015  FFT ขอเชิญทุกท่านอ่านต่อได้เลย

1.เอนิส บาร์ดี้ (เลบานเต้)

ยิงฟรีคิก: 25 • เป็นประตู: 6 • โอกาสสำเร็จ: 24%

หลายคนน่าจะค่อนข้างแปลกใจเมื่อเห็นชื่อของ บาร์ดี้ เป็นจอมสังหารลูกนิ่งอันดับหนึ่งจาก 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2015 โดยปีกชาวมาซิโดเนีย ทำประตูจากลูกฟรีคิกไป 6 ลูกจาก 25 ครั้งที่เขารับหน้าที่นี้ แม้ว่าเขาพึ่งจะย้ายมาร่วมทีมค้างคาวน้อยเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วนี่เอง

2.อองตวน กรีซมันน์ (แอตฯมาดริด)

ยิงฟรีคิก: 23 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 22%

จอมสังหารลูกนิ่งที่แม่นยำที่สุดในยุโรปอันดับสอง และก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แข้งแชมป์โลก อองตวน กรีซมันน์ คนนี้นี่เอง เขาทำประตูจากลูกฟรีคิก 5 ลูกจาก 23 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือลูกยิงที่เขาทำได้ตอนอยู่เลกาเนสด้วย

3.เปาโล ดีบาล่า (ยูเวนตุส)

ยิงฟรีคิก: 40 • เป็นประตู: 8 • โอกาสสำเร็จ: 20%

มือสังหารลูกนิ่งประจำทีมม้าลาย โดยนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015 เปาโล ดีบาล่ายิงประตูจากลูกฟรีคิก 8 ประตูเท่ากับ ปานิช เพื่อนร่วมทีมของเขา และตามหลังแค่เมสซี่เท่านั้น ซึ่งดาวเตะอาร์เจนไตน์มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูจากลูกฟรีคิกที่ดีมากๆเลย

4. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (บาร์เซโลน่า)

ยิงฟรีคิก: 26 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 19%

แม้โอกาสการยิงลูกนิ่งของเขาจะน้อยลงนับตั้งแต่ย้ายจากลิเวอร์พูลมาบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 146 ล้านปอนด์ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ก็ยังนักเตะที่ทำผลงานได้ดี ยามที่ทีมไม่มีเมสซี่อยู่ในสนาม โดยเขาทำไป 5 ประตูจากลูกฟรีคิกในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และเขาพึ่งอายุ 26 เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นยังมีโอกาสที่จะยิงเพิ่มในอนาคตอันใกล้นี้

5. marvin plattenhardt

ยิงฟรีคิก: 35 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 14%

ในอดีตมีแบ็คซ้ายมากมายที่พิสูจน์ว่าลูกตั้งเตะคือสิ่งพวกเขาทำได้ดีไม่ต่างจากการเล่นเกมรับเ และ แพลตเทนฮาร์ดท์ก็ทำได้ไม่ต่างกัน โดยกองหลังจากทีมหญิงชรายิงประตูจากลูกนิ่งไป 5 ประตูจากการเล่น 35 ครั้ง

6. นาบีล เฟคีร์ (ลียง)

ยิงฟรีคิก: 36 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 14%

หนึ่งในผู้เล่นตัวหลักของลียงในฤดูกาลที่แล้ว เฟคีร์เป็นนักเตะที่มีฝีเท้าโดดเด่นรอบด้านและโชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งการเตะลูกหนึ่งของเขาก็อันตรายไม่ต่างลูกโอเพ่นเพลย์ปกติเลย

7. มิราเล็ม ปานิช (ยูเวนตุส)

ยิงฟรีคิก: 59 • เป็นประตู: 8 • โอกาสสำเร็จ: 14%

มีเพียงแค่เมสซี่เท่านั้นที่ยิงประตูจากลูกฟรีคิกมากกว่าเขา นับตั้งแต่สิงหาคมปี 2015 โดยแข้งชาวบอสเนียได้ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับม้าลายในปี 2016 และมีค่าความแม่นยำในการทำประตูจากลูกตั้งเตะถึง 14 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว

8.เฟเดริโก้ วิเวียนี (สปาล)

ยิงฟรีคิก: 38 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 13%

แม้จะไม่ได้เป็นกองกลางตัวรุกทั่วไป แต่ดาวเตะหน้าใหม่ของสปาลอย่าง เฟเดริโก้ วิเวียนี ก็พิสูจน์ว่าลูกนิ่งของเขาอันตรายเพียงใด โดยยิงได้ 5 ลูก จากความพยายาม 38 ครั้งในเซเรีย อา ทั้งในสมัยที่อยู่เวโรน่า, โบโลญญ่า และ สปาลในตอนนี้ด้วย

9. เนย์มาร์ (เปแอชเช)

ยิงฟรีคิก: 44 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 11%

เนย์มาร์พยายามจะก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะเบอร์หนึ่งของโลก เหนือลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้ได้ แต่อัตราความแม่นยำจากลูกนิ่ง 11 เปอร์เซนต์ก็ไม่ได้ช่วยให้ดาวเตะแซมบ้าก้าวขึ้นไปอยู่จุดนั้นได้

10. ซิโมเน่ แวร์ดี้ (นาโปลี)

ยิงฟรีคิก: 44 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 11%

ซิโมเน่ แวร์ดี้ อาจจะยังไม่ยิงประตูจากลูกนิ่งเลยนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับนาโปลีในซัมเมอร์นี้ แต่ดาวเตะทีมชาติอิตาลีก็ทำได้ดีพอสมควรกับการยิงประตูแบบนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งเขายังเคยยิงฟรีคิกด้วยเท้าที่ต่างกันและก็เป็นประตูทั้งสองลูกในเกมเดียวอีกด้วย!

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

สล็อตออนไลน์ หรือ Slot Online โดยจำลองตู้สล็อตแมชชีน Gclub Slot เว็ปสล็อตออนไลน์ที่มีบริการเกมสล็อตมากกว่าร้อยเกมให้คุณปั่นสล็อตClub Casino , Ruby888 , Royal1688 , Holiday Palace , Genting Crown ด้วยเกมส์คาสิโนยอดฮิตมากมายจีคลับ เช่น บาคาร่า สล็อตออนไลน์ ไฮโล รูเล็ต กำถั่ว น้ำเต้าปูปลา สามารถเล่นคาสิโนได้แบบสดๆออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์สโบเบ็ต(Sbobet) เว็บไซต์อันดับหนึ่งที่ให้บริการแทงบอลออนไลน์ และเดิมพันกีฬาออนไลน์ Sbobet จีคลับ

เล่นดีจนอยากจะซื้อมาเก็บไว้ถาวร : 5 นักเตะ(สัญญายืมตัว)กับ5ลีกดังในโลก

สำหรับวงการลูกหนังการเปลื่ยนถ่ายนักเตะในของแต่ล่ะทีมนั้นๆมีด้วยหลายกรณีอย่าง การซื้อขายแบบผูกขาด หรือ ปล่อยไปให้อีกทีมแบบฟรีๆและยังมีกรณีคือ ปล่อยไปให้อีกทีมแบบผูกหมัดหรือ(สัญญายืมตัว)

และในวันนี้เราจะมาดูกันว่าใครคือผู้เล่นที่ไปด้วย(สัญญายืมตัว)เล่นได้ดีจนอยากซื้อมาไว้เลย ใน5นักเตะกับ5ลีกดัง

อันดับ 1 : ปาโก้ อัลกาเซร์

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : ดอร์ทมุนด์

ต้นสังกัดจริง : บาร์เซโลน่า

อีกหนึ่งนักเตะลา ลีก้า ที่ย้ายมาอยู่กับดอร์ทมุนด์แล้วทำผลงานได้ดี อัลกาเซร์ถือเป็นหนึ่งในดาวยิงฟอร์มฮอตที่สุดในยุโรปตอนนี้

ก่อนจะย้ายมาเล่นกับดอร์ทมุนด์ด้วยสัญญายืมตัว เขาถือเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ฟอร์มตกลงไปอย่างน่าใจหาย จากการเล่นให้กับยอดทีมอย่างบาร์เซโลน่า แต่นั่นก็อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้โอกาสลงสนามมากนัก เนื่องจากมีหลุยส์ ซัวเรส เป็นดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมอยู่

ซึ่งในฤดูกาลนี้ อัลกาเซร์ได้ย้ายมาเล่นที่ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค และเขาก็โชว์ฟอร์มการถล่มประตูที่ร้อนแรงมากๆ อดีตดาวรุ่งของบาเลนเซียทำไปแล้ว 8 ประตู จากการลงเล่นให้ดอร์ทมุนด์ทุกรายการเพียง 6 เกม (เป็นตัวจริงแค่ 3 เกม) และฟอร์มการเล่นนี้ก็ทำให้เจ้าตัวได้กลับไปติดทีมชาติสเปนอีกครั้ง และหัวหอกรายนี้ก็ไม่ทำให้หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือทัพกระทิงดุผิดหวัง เมื่อทำไป 3 ประตู จากการลงเล่นให้ลา โรฆา เพียง 2 เกมเท่านั้น

ฟอร์มการเล่นดังกล่าวทำให้บาร์เซโลน่ามีแนวโน้มที่จะไม่ได้ดาวยิงรายนี้กลับไปเล่นให้ทีมอีก เพราะในสัญญายืมตัว ดอร์ทมุนด์ได้ใส่ออพชั่นสามารถซื้อขาดดาวยิงวัย 25 ปี รายนี้ได้ ด้วยราคาเพียง 30 ล้านยูโร ซึ่งต้องถือว่าถูกมากๆ หากอัลกาเซร์สามารถรักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้ไปได้จนจบฤดูกาล

อันดับ 2 : อัชราฟ ฮาคิมี่

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : ดอร์ทมุนด์

ต้นสังกัดจริง : เรอัล มาดริด

แม้เจ้าตัวจะฉายแววเด่นให้ได้เห็นด้วยการทำประตูไป 2 ลูกจาก 9 เกมที่ลงเล่นในลา ลีก้า ให้กับเรอัล มาดริด แต่ฟูลแบ็ครายนี้ก็ยังไม่ดีพอที่จะยึดตัวจริงในทีมได้ และเขาก็ถูกต้นสังกัดปล่อยตัวมาอยู่กับดอร์ทมุนด์ด้วยสัญญายืมตัวยาว 2 ปี

ฮาคิมี่ซึ่งลงเล่นเป็นฟูลแบ็คได้ทั้งสองฝั่งทำผลงานได้ดีมากๆ กับดอร์ทมมุนด์ เขาทำให้เกมทางริมเส้นของทัพเสือเหลืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดาวเตะโมร็อคโคทำไปแล้ว 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 6 เกมในบุนเดสลีก้า นอกจากนี้ยังเหมาทำคนเดียว 3 แอสซิสต์ ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ทีมของเขาถล่มเอาชนะแอตฯ มาดริด 4-0 อีกด้วย

อันดับ 3 : อังเดร ซิลวา

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : เซบีญ่า

ต้นสังกัดจริง : เอซี มิลาน

นี่คือนักเตะที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยบอกว่าจะเป็นตัวแทนของเขาในทีมชาติโปรตุเกส และมันก็มีโอกาสจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อซิลวามีสถิติการลงเล่นทีมชาติที่สวยหรูทีเดียว เขาทำไป 14 ประตู จากการลงรับใช้ทัพฝอยทอง 29 เกม

แต่ในระดับสโมสร ดูเหมือนซิลวาจะเจอกับความยากลำบากทีเดียวในตอนเล่นให้เอซี มิลาน เขาอาจจะทำผลงานได้ดีในศึกยูโรป้า ลีก ด้วยการทำไป 8 ประตู จากการลงเล่น 14 เกม แต่การเล่นในเซเรีย อา ดาวยิงวัย 23 ปี ทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย เจ้าตัวทำประตูในลีกได้เพียง 2 ลูกเท่านั้น

แต่การเล่นในฤดูกาลนี้กับเซบีญ่า ซิลวาก็กลับมาทำผลงานได้สมกับเป็นตัวแทนของโรนัลโด้อีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวทำไปแล้ว 7 ประตู จากการเล่นในลา ลีก้า 10 เกม อดีตดาวยิงปอร์โต้แสดงให้เห็นถึงทักษะอันยอดเยี่ยม ความฉลาดในการเล่น และการจบสกอร์ที่เฉียบขาด จนช่วยให้ทีมดังจากแคว้นอันดาลูเซียรั้งอันดับ 3 ของลา ลีก้า ในตอนนี้

อันดับ 4 : มัตเตโอ โควาซิช

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : เชลซี

ต้นสังกัดจริง : เรอัล มาดริด

จากการที่เรอัล มาดริด เต็มไปด้วยนักเตะกองกลางชั้นยอดอย่างโมดริช, โครส, คาเซมิโร่ และอิสโก้ ก็ทำให้โควาซิชซึ่งต้องการลงสนามอย่างต่อเนื่อง ต้องย้ายทีมยังไม่มีทางเลือก และเป็นเชลซี ที่ได้ตัวมิดฟิลด์รายนี้มาอยู่กับทีมด้วยสัญญาเช่า 1 ปี

ในตอนแรก หลายคนอาจจะเป็นห่วงว่ามิดฟิลด์ชาวโครแอตจะสามารถปรับตัวให้เขากับการเล่นของเชลซี ภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้หรือไม่ แต่ตอนนี้เราก็คงเห็นแล้วว่านั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับโควาซิชเลย เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริง 10 เกม จาก 13 เกม ที่มีโอกาสได้ลงสนาม และตอนนี้กองกลางวัย 24 ปี ก็เล่นอย่างมั่นใจมากๆ แม้เจ้าตัวเพิ่งจะทำไป 1 แอสซิสต์ในลีก แต่ก็มีเปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จสูงถึง 94.2 เปอร์เซนต์ และตอนนี้อดีตกองกลางของอินเตอร์ มิลาน ก็กลายมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในแผงกลางของทัพเดอะ บลูส์ ร่วมกับจอร์จินโญ่ และเอ็นโกโล ก็องเต้

อันดับ 5 : รีสส์ เนลสัน

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : ฮอฟเฟนไฮม์

ต้นสังกัดจริง : อาร์เซนอล

ดูเหมือนว่าดาวรุ่งชาวอังกฤษหลายคนมักจะทำผลงานได้ดียามลงเล่นในบุนเดสลีก้า ไม่ว่าจะเป็นอโดเมล่า ลุคแมน ดาวรุ่งของเอฟเวอร์ตัน ที่ทำผลงานได้ดีกับแอร์เบ ไลป์ซิก ในฤดูกาลที่แล้ว หรือจะเป็นเจดอน ซานโช่ ที่ระเบิดฟอร์มสุฮอตกับดอร์ทมุนด์ จนถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่มาแล้ว และตอนนี้ รีสส์ เนลสัน ก็กำลังจะตามรอยเพื่อนร่วมชาติทั้งสองคน

ในฤดูกาลที่แล้ว ตัวรุกดาวรุ่งของอาร์เซนอลรายนี้ได้ลงสนามให้ทีมเพียง 16 นัด จากทุกรายการ และมักจะเป็นการลงเป็นตัวสำรองในศึกยูโรป้า ลีก ด้วย และนั่นก็ทำให้นักเตะต้องการโอกาสลงสนามที่สม่ำเสมอ จนฤดูกาลนี้เจ้าตัวได้ย้ายมาเล่นที่เยอรมนีกับฮอฟเฟนไฮม์

และกับทีมหมู่บ้านของเยอรมนี เนลสันก็ทำผลงานได้ดีทีเดียว เขาทำไปแล้ว 5 ประตู จากการลงเล่นให้ฮอฟเฟนไฮม์ 8 นัดทุกรายการ  และนี่ก็ทำให้อาร์เซนอลต้องจับตาดูดาวรุ่งของตัวเองให้ดีทีเดียว เพราะไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะเสียเพชรเม็ดงามไป แบบที่แมนฯ ซิตี้ เสียเจดอน ซานโช่ ให้ดอร์ทมุนด์ไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

สล็อตออนไลน์ หรือ Slot Online โดยจำลองตู้สล็อตแมชชีน Gclub Slot เว็ปสล็อตออนไลน์ที่มีบริการเกมสล็อตมากกว่าร้อยเกมให้คุณปั่นสล็อตClub Casino , Ruby888 , Royal1688 , Holiday Palace , Genting Crown ด้วยเกมส์คาสิโนยอดฮิตมากมายจีคลับ เช่น บาคาร่า สล็อตออนไลน์ ไฮโล รูเล็ต กำถั่ว น้ำเต้าปูปลา สามารถเล่นคาสิโนได้แบบสดๆออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์สโบเบ็ต(Sbobet) เว็บไซต์อันดับหนึ่งที่ให้บริการแทงบอลออนไลน์ และเดิมพันกีฬาออนไลน์ Sbobet จีคลับ

1 2 3 192