แค่อับโชคหรือลืมเอาสตั๊ดมา : รวมกองหน้าใน”เวิลด์ คัพ 2018″ที่พังประตูไม่ได้เลย

เมื่อชัยชนะของกีฬาฟุตบอลนั้น ตัดสินด้วยทำการประตู ตำแหน่ง กองหน้า คือตำแหน่งที่ถูกคาดหวังให้ยิงประตู แต่หากพวกเขาทำประตูให้ทีมไม่ได้ล่ะ? ก็ต้องหวังพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมหรือดวงล่ะนะ! บางคนแม้จะยิงไม่ได้แต่จบด้วยการเป็นแชมป์โลก บางคนก็ต้องกลับบ้านไปตั้งแต่เนิ่นๆ นี่คือเหล่าศูนย์หน้าไร้ประตูในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ที่พึ่งปิดฉากลงไป

 

โอลิวิเยต์ ชิรูด์

ศูนย์หน้าของทีมตราไก่ แชมป์โลกประจำฟุตบอลโลก 2018 ได้สร้างสถิติที่กองหน้าหลายคนคงไม่อยากทำลายได้นั่นก็คือ ยิงเข้ากรอบไปทั้งหมด 0 ประตู ในการลงเล่นไป 546 นาที ตลอดทั้งการแข่งขัน

แม้สถิติการทำประตูจะไม่สวยหรูแต่ ชิรูด์ ก็ได้รับโอกาสลงสนามแทน อุสมาเน่ เด็มเบเล่ ในเกมที่สองและคว้าตำแหน่งศูนย์หน้าตัวจริงยาวมานับตั้งแต่นั้น โดย ดิดิเยร์ เดชองส์ กุนซือของทีมได้พูดถึงชิรูด์ว่า แม้จะทำประตูไม่ได้ แต่เขาก็จะให้โอกาส ชิรูด์ ลงสนามแน่นอนเพราะสไตล์การเล่นของชิรูด์ มีประโยชน์กับทีมทั้งเกมรุกและเกมรับ และยังช่วยสนับสนุนให้ กรีซมัน และ เอ็มปัปเป้ เล่นได้ง่ายขึ้น

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ศูนย์หน้าชาวโปแลนด์เริ่มแจ้งเกิดเป็นสุดยอดกองหน้ากับ ดอร์ทมุนด์ เมื่อฤดูกาล 2011/2012 แต่ด้วยสภาพแวดล้อมของเพื่อนร่วมทีม ทำให้การรับใช้ทีมชาติของ เลวานดอฟสกี้ ในการแข่งขันระดับประเทศในรอบสุดท้ายอย่าง ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลยูโร ดูจะไม่ร้อนแรงเท่าในระดับสโมสร

โปแลนด์ ห่างหายจากการแข่งขันฟุตบอลโลกไปตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งการมาที่รัสเซียครั้งนี้คือการมาฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกของ ศูนย์หน้าดาวยิงแห่งลีกบุนเดสลิก้า และในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ดาวยิงจากทีมเสือใต้ ไม่สามารถแบกความหวังของคนทั้งชาติได้ เขาไม่สามารถทำประตูให้กับโปแลนด์ได้เลย โดยมีโอกาสยิงไป 9 ครั้ง จากการลงเล่นเต็ม90นาทีทั้ง 3 เกม

มาร์กุส เบิร์ก

ศูนย์หน้าแห่งทัพไวกิ้ง ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ อัล-ไอน์ ในลีกประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เบิร์ก ทำไปถึง 25 ประตู จาก 21 เกมที่ลงเล่นในลีก และเขาทำไปถึง 10 ประตู ใน 3 เกมสุดท้ายของฤดูกาล ก่อนที่จะเริ่มเข้าแคมป์ทีมชาติ

แต่การมาฟุตบอลโลกครั้งนี้เขาไม่สามารถทำประตูไปกองก้นตาข่ายได้เลย แม้ สวีเดน จะเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแต่เกมรุกของพวกเขานั้นค่อนข้างฝืด ตอยโวเน่น คู่หูกองหน้าของ เบิร์ก ก็ทำไปได้แค่ 1 ประตู จากการแข่งทั้งหมด 5 เกม ในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ซัรดอร อัซมูน

เขาคือผู้ถูกขนานนามว่า “เมสซี่อิหร่าน” แต่ศูนย์หน้าตัวความหวังของประเทศ เขาทำประตูไปถึง 11 ลูก ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกของโซนทวีปเอเชีย แต่ อัซมูน เปิดตัวในการเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกของตัวเองไม่สวยนัก โดยเขามีโอกาสยิงแค่ 4 ครั้ง จากการลงเล่นเต็มเกมทั้ง 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม และไม่สามารถพังประตูให้กับทีมชาติอิหร่านได้เลยก่อนจะตกรอบไป นั่นแสดงให้เห็นว่าความห่างชั้นในระดับเอเชียกับระดับโลกนั้นห่างไกลแค่ไหน

กาเบรียล เฆซุส

หลังจากฟอร์มการเล่นที่ดีในการค้าแข้งให้กับทีมเรือใบสีฟ้า ศูนย์หน้าดาวรุ่งวัย 21ปี ที่ถูกคาดหวังว่าจะมาช่วย เนย์มาร์ ในการถล่มประตูคู่แข่ง หลังจากที่ทีมชาติบราซิลในช่วงหลัง ได้ขาดแคลนกองหน้าที่พึ่งพาได้ไปนานพอสมควร

แต่ดูเหมือนว่า เฆซุส จะเชื่อมต่อกับเพื่อนแนวรุกคนอื่นไม่ได้ดีเท่าที่ควร จนมีกระแสอยากให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กองหน้าตัวหลอกจากทีมหงส์แดง ลงสนามในฐานะตัวจริงแทน แต่ ตีเต้ กุนซือของทัพแซมบ้าก็ได้เผย 11 ตัวจริงก่อนเกมกับเบลเยี่ยมและ เฆซุส คือกองหน้าตัวจริงของเขา

ติโม แวร์เนอร์

ศูนย์หน้าวัย 22 ปี จากอาร์เบ ไลป์ซิก ได้รับโอกาสในการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกของชีวิตค้าแข้ง หลังจากที่ทัพอินทรีย์เหล็กได้ขาดแคลนกองหน้าที่หวังพึ่งได้หลังจาก มิโลสลาฟ โคลเซ่ ได้แขวนสตั๊ดไป และ มาริโอ โกเมซ ก็ได้เข้าสู่ช่วงปลายของการค้าแข้งแล้ว

แวร์เนอร์ทำ 3 ประตูให้กับเยอรมันในศึก คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไป แต่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ แวร์เนอร์ไม่สามารถทำประตูได้และ เยอรมัน ถูกคำสาปแชมป์เก่า ตกรอบแบ่งกลุ่มด้วยการจมบ๊วย

โมฮัมเหม็ด อัล-ซาห์ลาวี

ศูนย์หน้าวัย 31 ปี ทำไปถึง 16 ประตู จากการลงเล่น 15 นัดในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ทำให้เขาถูกคาดหวังว่าจะเป็นศูนย์หน้าตัวความหวังของทีม

แต่ในเกมแรกกับเจ้าภาพรัสเซีย อัล-ชาห์ลาวี่ มีโอกาสยิงประตูแค่ 1 ครั้ง และแทบไม่มีบทบาทกับเกม ผลจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อเจ้าภาพไปถึง 5-0 เขาเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ ฟาฮัด อัล มูวาลลาด ศูนย์หน้าจากเลบันเต้ ในเกมต่อมา และได้ลงเล่นแค่ 12 นาทีสุดท้ายของเกม หลังจากนั้น เขาก็ไม่มีโอกาสลงสนามในเกมที่ ซาอุดีอาระเบีย คว้าชัยชนะปลอบใจไปได้ในเกมสุดท้าย เช่นเดียวกับในกรณีของ อัซมูน ระดับเอเชียยังคงห่างชั้นกับระดับโลก

นิโคไล ยอร์เกนเซ่น

แม้จะมีสุดยอดเพลย์เมกเกอร์จอมแอสซิสต์อย่าง คริสเตียน อิริกเซ่น ทำเกมอยู่ด้านหลัง แต่ศูนย์หน้าจาก เฟเนยอร์ด ก็ไม่สามารถทำประตูให้กับ เดนมาร์ก ได้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ยอร์เกนเซ่นทำ 1 แอสซิสต์ได้ในเกมเสมอ ออสเตรเลีย และในเกมต่อมาเขาถูกดรอปให้นั่งข้างสนาม ก่อนจะได้โอกาสลงมาในฐานะตัวสำรองอีกครั้งในเกมกับ โครเอเชีย ในรอบ 16 ทีม และเขายังพลาดการดวลจุดโทษหลังต่อเวลาพิเศษและทีมแพ้ไป ทำให้เขาถึงกับถูกแฟนบอลขู่ฆ่าเลยทีเดียว

ทุกอย่างต้องเปลื่ยนใหม่ : กัปตันปืนคนใหม่ใครเหมาะสมบ้างในยุคกุนซือ”อูไน เอเมรี่”

“ผมคิดว่าไอเดียแรกของผมคือการมีกัปตันทีม 5 คนในทีม แต่ในตอนนี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าจะเลือกใคร” อูไนได้เผยกับสื่อถึงการแต่งตั้งกัปตันทีมให้กับทีมปืนใหญ่ “เรายังมองหาอยู่ว่าใครเป็นนักเตะที่มีบุคลิกที่ดีที่สุดในห้องแต่งตัว”

ดังนั้นวันนี้เราจะมานำเสนอ 5 นักเตะที่เหมาะสมที่จะเป็นกัปตันทีมของพลพรรคปืนใหญ่ตามที่กุนซือคนใหม่ได้กล่าวไว้ ในฤดูกาลที่กำลังจะเปิดฉากขึ้น

1.โลรองต์ กอสเซียลนี่  

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากอสเซียลนี่ เป็นปราการหลังที่มีความเป็นผู้นำค่อนข้างสูง โดยฤดูกาลล่าสุดกอสเซียลนี่ก็ได้รับความไว้วางใจจาก อาเซน เวนเกอร์ อดีตเฮดโค้ชของอาร์เซน่อล ให้สวมปลอกแขนกัปตันอยู่เสมอหากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน รวมถึงยังได้ถูกพูดถึงว่าเหมาะสมจะเป็นกัปตันของอาร์เซน่อล จากเฮดโค้ชคนใหม่อีกด้วย

“ตอนนี้กอสเซียลนี่จะเป็นกัปตันคนแรกและผมคิดว่ามันเหมาะสม” อูไนกล่าว ดังนั้นเป็นที่ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่ากอสเซียลนี่จะรับบทเป็นหนึ่งในห้ากัปตันของอาร์เซน่อลอย่างแน่นอนในฤดูกาลหน้า

2.ปีเตอร์ เช็ค

ผู้รักษาประตูจอมเก๋าวัย 36 ปี ย้ายจากคู่ปรับร่วมเมืองลอนดอนอย่างเซลซีเมื่อสามฤดูกาลที่แล้ว พร้อมยึดตำแหน่งมือหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เช็คเป็นคนที่มีภาวะผู้นำสูง ประสบการณ์โชกโชน อีกทั้งปีเตอร์ เช็คยังสามารถพูดได้ถึง 7 ภาษา คือ อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, สโลวาเกีย, โปรตุเกส, สเปน และรัสเซีย นั่นหมายความว่าปีเตอร์ เช็คสามารถสั่งการเพื่อนร่วมทีมได้แทบทุกเชื้อชาติ

แต่ในฤดูกาลนี้ นายด่านประสบณ์การสูง จะต้องแย่งยิงมือหนึ่งกับ แบรนด์ เลโน่ นายทวารวัย 26 ปีที่เพิ่งย้ายมาจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นในบุนเดสลีก้า ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้คงได้เห็นการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงการอย่างดุเดือด ถ้าหากปีเตอร์ เช็คยังคงรักษาฟอร์มให้คงเส้นคงวาไว้ได้ เช็คก็มีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมเหมาะสมที่จะเป็นกัปตันให้อาร์เซน่อลอย่างไม่ต้องสงสัย

3. อาร์รอน แรมซี่

กองกลางเชื้อสายเวลส์ แปรผันมาเป็นกูนเนอร์ในปี 2008 ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ ผลงานสามถึงสี่ฤดูกาลหลังของแรมซี่กับอาร์เซน่อลนั้นถือว่าดีเลยทีเดียว เขายกระดับตัวเองขึ้นมาจนสามารถยึดตัวจริงในชุดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสามารถทำประตูสำคัญๆได้อีกด้วย ในฤดูกาลที่ผ่านมานั้นมีอยู่หลายนัดที่แรมซี่ได้รับหน้าที่กัปตันทีมของอาร์เซน่อลและถือว่าทำผลงานได้ค่อนข้างดี ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมาแรมซี่แอสซิสต์ไปถึงสิบครั้ง ถือว่าเยอะที่สุดในทีมเลยทีเดียว แต่ทว่าสัญญานักเตะเหลืออยู่กับอาร์เซน่อลเพียง 1 ปี ถ้าหากว่าอาร์เซนอลสามารถเจรจาต่อสัญญาออกได้คงปิดประตูย้ายทีมของแรมซี่ได้เลยเพราะขณะนี้มีหลายทีมให้ความสนใจอยู่ เพราะฉะนั้น อาร์รอน แรมซี่ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีของอูไน ในการตั้งกัปตันทีมของอาร์เซน่อลเนื่องจากเป็นนักเตะหนุ่มที่มีความทะเยอทะยานสูงอีกทั้งมีใจรักอาร์เซน่อลไม่แพ้ใคร

4. กรานิต ชาก้า

กรานิต ชาก้าเป็นนักเตะดีกรีทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ย้ายจากโบรุสเซีย มึนเซ่นกลัดบัดในบุนเดสลีก้า มาร่วมทัพอาร์เซน่อล ในปี 2016 ด้วยค่าตัวราวๆ 30 ล้านปอนด์ ชาก้ากลายมาเป็นกำลังสำคัญของอาร์เซน่อลในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยสถิติลงสนามเยอะที่สุดในทีมอาร์เซน่อล ชาก้าถือเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ค่อนข้างครบเครื่องทั้งเรื่องการจ่ายบอล การวางบอลยาวที่แม่นยำ อีกทั้งยังมีลูกยิงไกลที่เป็นจุดขายประจำตัวอีกด้วย ประกอบกับภาวะความเป็นผู้นำที่แสดงออกมาให้เห็นอยู่เสมอ แต่ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนั่นอูไน เอเมรี่ได้ทำการเสริมทัพกองกลางอย่างหนักไม่ว่าจะเป็น ลูคัส ตอร์เรร่าหรือมันเตโอ เกนดูซี่ ทำให้การแข่งขันในแดนกลางเพื่อแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงถือว่าค่อนข้างเข้มข้นเลยทีเดียว ต้องคอยติดตามกันว่ากรานิต ชาก้าจะสามารถเบียดแย่งตัวจริงและแสดงศักยภาพออกมาให้แฟนๆได้เห็นว่าตัวเขาเองเหมาะสมกับตำแหน่งหนึ่งในกัปตันได้หรือไม่

5. สเตฟาน ลิชสไตเนอร์

กองหลังป้ายแดงของอาร์เซน่อลที่เพิ่งย้ายจากยูเวนตุสมาแบบไร้ค่าตัว กองหลังมากประสบการณ์วัย 34 กะรัต มีประสบการณ์ที่สั่งสมมานานและการที่มีภาวะความเป็นผู้นำอยู่ในตัวอย่างเป็นธรรมชาติ จนทำให้ได้รับบทบาทหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ณ รัสเซียที่เพิ่งปิดฉากลงไป ด้วย ดังคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าลิชสไตเนอร์เหมาะสมที่จะเป็นกัปตันทีมได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ด้วยความที่ยังเป็นนักเตะใหม่สำหรับทีมอาร์เซน่อล ดังนั้นต้องมารอลุ้นกันว่าลิชสไตเนอร์นั้นจะสามารถเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงได้หรือไม่และจะได้รับความไว้วางใจจากอูไนขนาดไหน

(เชิดชู-เหน็บแนม-ธรรมเนียม) : รวมสตาร์!! ทีมยอดเยื่ยม-ยอดแย่ ใน“เวิลด์ คัพ 2018”

และแล้ว การขันแข่งฟุตบอลโลกก็ได้จบลง สำหรับ เวิลด์ คัพ 2018 ที่ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของ ฝรั่งเศส ที่คว้ามาครองได้เป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 1998 ด้วยการชนะ โครเอเชีย 4-2 ซึ่งก็ถือเป็นธรรมเนียมที่ต้องจัด ทีมยอดเยี่ยมอัดแน่นไปด้วยดาวเด่นมาฝากกันภายใต้ระบบ 4-2-3-1

ประตู ธิโบต์ คูร์ตัวส์ (เบลเยี่ยม) เซฟมากที่สุดในบอลโลก

แบ็คขวา โตมาร์ เมอนิเย่ (เบลเยียม) ขาด เมอนิเย่ เบลเยี่ยม แทบขาดใจ เด่นทั้งรุกรับ

เซ็นเตอร์ขวา ราฟาเอล วาราน (ฝรั่งเศส) อ่านเกม ทางบอล ยอดเยี่ยม แถมยิงประตูได้ด้วย

เซ็นเตอร์ซ้าย แฮร์รี่ แม็คไกวร์ (อังกฤษ) จอมโหม่งลูกเซ็ตพีซ

แบ็คซ้าย ลูกัส แฟร์นองเดซ (ฝรั่งเศส) รูปร่างได้เปรียบแบ็คทั่วไป เล่นได้ทั้งรุกและรับ

กลางขวา เอ็น’โกโล ก็องเต้ (ฝรั่งเศส) ตัดเกม ทาลายจังหวะคู่ต่อสู้ ได้ดีที่สุดในโลก

กลางซ้าย อิวาน ราคิติช (โครเอเชีย) คุมจังหวะเกม ได้อย่างแน่นอน

ตัวรุกขวา คีเลี่ยน เอ็นบัปเป้ (ฝรั่งเศส) ความเร็ว ที่เป็นอันตรายมาก

ตัวรุกกลาง ลูก้า โมดริช (โครเอเชีย) สร้างสรรค์เกม และมีทีเด็ดที่ลูกยิงไกล

ตัวรุกซ้าย เอเดน อาซาร์ (เบลเยียม) จอมเลื้อย ที่มีสถิติการเลี้ยงแบบผ่านตลอด

กองหน้า อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) โชว์ฟอร์มสุดยอดในนัดชิง

โค้ช ซลัตโก้ ดาลิช (ฝรั่งเศส) พาทีมสร้างเซอร์ไพรซ์ได้อย่างยอดเยี่ยม

มีทีมยอดเยื่ยมแล้ว ก็ต้องมีทีมยอดแย่ด้วยเช่นกัน

และนี้คือผู้เล่นทีมยอดแย่ที่ทำผลงานไม่ตรงตามเป้าได้น่าผิดหวังมาฝากกันภายใต้ระบบ 4-2-3-1
ประตู ดาบิด เด เคอา (สเปน)
* ผู้รักษาประตูที่ถูกขนานนามว่าเก่งที่สุดในโลก จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่กลับเซฟช่วยทีมชาติสเปนได้ครั้งเดียวเท่านั้น น้อยที่สุดในบรรดาผู้รักษาประตูทุกคนที่ได้เล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้ และจากการยิงตรงกรอบของคู่แข่งทั้งหมด 6 ครั้ง เด เคอา ปล่อยให้บอลผ่านเข้าประตูไปถึง 5 ลูก พา สเปน ไปได้เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

แบ็คขวา ดานิโล่ (บราซิล)
* ตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ที่เจ็บยาวไป แต่ ดานิโล่ ก็ไม่ต่างกัน ลงเล่นแค่นัดแรกกับ สวิตเซอร์แลนด์ เท่านั้น แล้วก็เจ็บยาวจนทีมตกรอบไป โดยเป็นแบ็คโนเนมอย่าง ฟากเนอร์ ลงสนามแทนในเกมที่เหลือ

เซ็นเตอร์ เคราร์ด ปิเก้ (สเปน)
* กองหลังมากประสบการณ์จาก บาร์เซโลน่า ที่มีช็อตน่าจดจาครั้งเดียวในบอลโลกก็คือ จังหวะทาแฮนด์บอลในเขตโทษแบบไม่น่าให้อภัย ในเกมรอบ 16 ทีม ทาให้ เจ้าภาพรัสเซีย ตีเสมอ 1-1 ก่อนจะชนะไปในท้ายที่สุด

เซ็นเตอร์ เฌโรม บัวเต็ง (เยอรมนี)
* อีกหนึ่งกองหลังมากประสบการณ์ แต่กลับเล่นแบบไร้ประสบการณ์ ไม่สามารถหยุดเกมรุกของ เม็กซิโก และ สวีเดน ได้ จนต้องโดนใบแดงออกไป และทาได้แค่นั่งดูเพื่อนเล่นในเกมสุดท้าย ที่แพ้ช็อกโลกให้กับ เกาหลีใต้

แบ็คซ้าย แบงฌาแมง เมนดี้ (ฝรั่งเศส)
* แบ็คซ้ายค่าตัวแพงจาก แมนฯ ซิตี้ ที่เอาแต่เจ็บออดๆ แอดๆ โดยลงสนามไปเพียง 40 นาทีเท่านั้น ตลอดเส้นทางแชมป์โลกสมัยที่2 ของฝรั่งเศส กลายเป็น ลูกัส เอร์นานเดซ ที่ปกติเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟในสโมสร ลงเล่นแทน พร้อมแจ้งเกิดในตาแหน่งนี้ไปเลย

กลาง คาร์ลอส ซานเชซ (โคลอมเบีย)
* ทาเสียจุดโทษ พร้อมโดนใบแดง ทั้งที่เกมเริ่มไปเพียง 3 นาที ในแมตช์แรกที่แพ้ ญี่ปุ่น 1-2 แถมในรอบ 16 ทีม ยังทาเสียอีก 1 จุดโทษ หลังไปเหนี่ยว แฮร์รี่ เคน แบบไม่มีทรง จนสุดท้ายทีมก็ตกรอบไป

กลาง เซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช (เซอร์เบีย)
* ก่อนเริ่มทัวนาเม้นท์ ถูกคาดหมายว่าจะแจ้งเกิดได้ แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นอะไรเลย สาหรับผู้เล่นที่มีข่าวว่ายักษ์ใหญ่หลายทีมของยุโรป ให้ความสนใจ

1 2 3 179