ทีมหลุมดำ..ทีมที่ดูดโค้ชเป็นว่าเล่น..เสร็จกันไปหลายต่อหลายรายแล้ว(สิงห์บูล)

ขณะที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ตัดสินใจลาไปคุมทีมยูเวนตุส การค้นหากุนซือเชลซีคนถัดไปก็ต้องเกิดขึ้น

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สิงห์บลูส์ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้งภายใต้อำนาจของ ‘เสี่ยหมี’ โรมัน อบราโมวิช

นับตั้งแต่ที่เศรษฐีน้ำมันรายนี้เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อเดือนมิถุนายน 2003 เผลอแปปเดียวก็ปาเข้าไป 16 ปีแล้ว และพวกเขาเปลี่ยนตัวกุนซือไปถึง 11 ครั้ง

สำหรับกุนซือคนที่ 12 จะเป็นใคร นั่นยังคงเป็นปริศนา

ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวปะปนกันไป เราจึงจะจัดอันดับกุนซือที่ผลงานห่วยไล่จนไปถึงดีที่สุด โดยวัดจากความสำเร็จที่กุนซือผู้นั้นบันดาลให้กับทีมในยุคของ โรมัน อบราโมวิช

 

11. อันเดร วิลลาส-โบอาส (2011/12)

ทุกคนคาดหมายว่า วิลาส-โบอาส จะเป็นผู้สืบทอดความยิ่งใหญ่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ กับเชลซี หลังเคยทำงานร่วมกันมาก่อนหลายปี

แต่น่าเศร้าที่หลายสิ่งหลายอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ โดยไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ใด ๆ และถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยการคุมทีมเพียงปีเดียว

จากความพยายามในการขับแข้งอิทธิพลสูงออกจากทีม ทำให้แฟนบอลรวมถึงเหล่านักเตะเองไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าว

จนถึงบัดนี้ วิลลาส-โบอาส เป็นกุนซือที่มีเปอร์เซ็นต์คว้าชัยน้อยที่สุดในยุคของ โรมัน อบราโมวิช ที่ 47.5%

10. หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ (2008/09)

เหมือนกับตอนที่ อันเดร วิลลาส-โบอาส เข้ามาคุมทีม มีความคาดหวังเกิดขึ้นมากมายในตัวของสโคลารี่ แต่สิ่งนั้นกลับมลายหายไปอย่างรวดเร็ว

อดีตกุนซือทีมชาติบราซิลและโปรตุเกสประสบความสำเร็จมากมายตลอดอาชีพ และช่วงแรกของเขากับเชลซีก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังบวก กับไสตล์การเล่นเกมรุกที่อิสระและการเซ็นสัญญายอดแข้งอย่าง เดโก้

แต่เส้นทางของเขากับสโมสรกลับไม่ยาวนานนัก ถึงแม้จะพาทีมจบอันดับที่สามก็ตาม บวกกับความไม่เคยพอของเชลซีในการปั้นทีมลุ้นแชมป์

กับเหตุผลไล่ออกที่ว่า “ปัญหาในการสื่อสาร” ทำให้แฟนบอลกลับลืมเลือนไปว่าเคยมีกุนซือผู้นี้อยู่ข้างสนาม ที่มีเปอร์เซ็นต์คว้าชัยชนะเพียง 55.6%

9. เคลาดิโอ รานิเอรี่ (2000 – 2004)

‘นายช่าง’ เข้ามาคุมทีมก่อนที่เสี่ยหมีจะเทคโอเวอร์สโมสร โดยเจ้าตัวมีเวลพิสูจน์ตัวเองหนึ่งฤดูกาล และก็ตามคาด เขาถูกปลดเพราะพาทีมเป็นแชมป์ไม่ได้

ความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของเขาคือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเลสเตอร์ แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่รานิเอรี่ทำให้กับเชลซีกลับออกดอกออกผลหลังจากที่เขาถูกปลด

นั่นคือการเซ็นสัญญาแข้งระดับตำนานอย่าง จอห์น เทอร์รี่ และ แฟรงค์ แลมพาร์ด

ถึงแม้จะไร้แชมป์ แต่พวกเขากลับจบอันดับที่สองในลีกโดยตามหลังเพียงแค่อาร์เซน่อลที่คว้าแชมป์แบบไร้พ่าย เช่นเดียวกับพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก

ถ้าเขามีเวลาทำทีมได้นานกว่านี้ ผลงานของเขาก็น่าจะออกมาดี แต่น่าเสียดายที่ไม่เป็นเช่นนั้น โดยมีเปอร์เซ็นต์การชนะเพียงแค่ 53.8%

8. อัฟราม แกรนท์ (2007/08)

น่าประหลาดใจยามที่เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือเมื่อปี 2007 เพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามารับงานต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เพิ่งทำผลงานอย่างสุดยอด

อัฟรามเป็นเพื่อนกับเสี่ยหมีและเคยนั่งตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสรมาก่อน ก่อนที่จะรับเผือกร้อนใบนี้

ถึงแม้ว่าจะโนเนม แต่ผลงานกลับไม่เป็นเช่นนั้น โดยเกือบพาทีมคว้าสามแชมป์ แต่เหตุผลที่เขาโดนเด้งก็คือจากสามแชมป์นั้น เขาไม่สามารถคว้าได้เลยซักใบ

เชลซีพ่ายให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในเกมนัดชิงลีก คัพ ส่วนในลีก พวกเขาไล่บี้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาตลอด แต่กลับหมดแรงก่อนในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล

แต่ผลงานที่ดีที่สุดของเขาคือการพาทีมเข้ารอบชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกไปเจอกับปีศาจแดง แต่การที่ “เทอร์รี่ลื่น” ทำให้พวกเขาต้องชวดแชมป์อย่างน่าเสียดาย

แม้จะไร้ถ้วย แต่แกรนท์กลับมีเปอร์เซ็นต์คว้าชัยมากที่สุดในยุคของอบราโมวิชที่ 66.7%

7. ราฟาเอล เบนิเตซ (2012/13)

เบนิเตซอาจจะเป็นกุนซือที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะจากที่เขาเคยคุมลิเวอร์พูลมาก่อน แต่ถ้าคุณเป็นคนนอกเข้ามาดูผลงานละก็ เขาก็ค่อนข้างทำได้ดีเลย

เขาไม่ได้มีทีมที่แข็งแกร่ง แต่ราฟาทำงานได้อย่างคงเส้นคงวา ถึงแม้จะเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่กุนซือในระยะยาวก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เปอร์เซ็นต์ชนะที่ 58.3% น่าจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเขาจะทำผลงานได้ดีหากได้รับสัญญาระยะยาว

ยิ่งกว่านั้น ราฟายังคว้าแชมป์ให้กับทีมได้อีกต่างหาก โดยคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก และเป็นทีมเดียวที่คว้าแชมป์ยุโรปทั้งถ้วยใหญ่และเล็กได้สองฤดูกาลติดกัน

6. กุส ฮิดดิ้งค์ (2009, 2015/16)

กุส ทำงานกับเชลซีสองรอบในฐานะกุนซือขัดตาทัพ แต่มีเพียงสมัยเดียวที่ประสบความสำเร็จ

ในปีแรก 2009 เขาพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และแพ้เพียงเกมเดียวจากทั้งหมด 22 นัด รวมถึงจบอันดับสองในพรีเมียร์ลีก

จากความสำเร็จดังกล่าวก็ทำให้แฟนบอลมีเสียงเรียกร้องต้องการให้เขาเข้ามาเป็นกุนซือถาวร แต่ฮิดดิ้งค์กลับเลือกที่จะไปคุมทีมในรัสเซียแทน

ในคำรพที่สอง ฮิดดิ้งค์ต้องดิ้นรนอย่างหนักในการขุดทีมอันดับที่ 16 ของตารางจนมาอยู่ในอันดับที่ 10 แต่นั่นก็ยังไม่ดีพอสำหรับเชลซี

ด้วยผลงานตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีกด้วยน้ำมือของเปแอสเช เช่นเดียวกับตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพ ทำให้เปอร์เซ็นต์คว้าชัยชนะของมีเพียง 53.1% ซึ่งน้อยที่สุดอันดับสองในยุคของอบราโมวิช

5. เมาริซิโอ ซาร์รี่ (2018/19)

เหยื่อรายล่าสุดของเจ้าของทีมจอมกินโค้ช ที่ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะทำผลงานได้อย่างสุดยอดขนาดไหน เขาก็อยากที่จะกลับไปคุมทีมในอิตาลี่มากกว่า

เช่นเดียวกับหลาย ๆ คน เขาเข้ามาพร้อมกับความคาดหวัง และสถาปนาฟุตบอลในระบบของตัวเองที่ชื่อว่า ‘ซาร์รี่บอล’ แต่การที่เขาไม่ใช้เด็กลงเล่น รวมถึงไม่มีแทคติคสำรอง ทำให้แฟนบอลหมดความอดทนอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้กระนั้น ซาร์รี่ก็ยังประสบความสำเร็จพอตัว จากการจบอันดับสามในลีก และคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกด้วยการเอาชนะอาร์เซน่อล รวมถึงเข้ารอบชิง ลีก คัพ ที่พ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ด้วยเปอร์เซ็นต์คว้าชัยชนะที่ 61% และพาทีมข้าชิงบอลถ้วยถึงสองรายการ ทำให้มีเครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นว่า “หากเขาได้คุมทีมในระยะยาวจะเกิดอะไรขึ้น”

4. โรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ (2012)

เขาคือผู้จัดการทีมเพียงคนเดียวที่พาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ถึงแม้เขาจะมีประสบการณ์น้อย แต่ ดิ มัตเตโอ ที่ทำงานเป็นผู้ช่วย วิลลาส-โบอาส ในขณะนั้น ก็สร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองได้สำเร็จ

สองประตูพลิกนรกกับนาโปลี, ชัยชนะเหนือ เบนฟิก้า, บาร์เซโลน่า, และ บาเยิร์น มิวนิค ที่ อัลลิอันซ์ อารีน่า ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ผลงานในลีกที่จบอันดับหกและเริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ด้วยตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้เวลาของเขากับสโมสรสิ้นสุดลง

ด้วยเปอร์เซ็นต์ชัยชนะที่ 57.1% ทำให้เขาอยู่ในระดับกลาง ๆ แต่การเป็นคนเดียวที่คว้าแชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในยุคของอบราโมวิช

3. อันโตนิโอ คอนเต้ (2016-18)

เขาเป็นผู้กอบกู้ซากปรักหักพังที่เชลซีทำไว้เมื่อก่อนที่เขาจะเข้ามาคุมทีม ด้วยฤดูกาลที่จบอันดับที่ 10 เขาเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมจนขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์อีกครั้ง

ถึงแม้จะเริ่มต้นได้อย่างเชื่องช้า คอนเต้พาทีมพลิกกลับมาคว้าชัย 13 นัดติดต่อกัน และในบั้นปลายก็พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาลแรก

คอนเต้สร้างสถิติคว้าชัย 30 นัดในหนึ่งฤดูกาล (ก่อนจะถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของแมนเชสเตอร์ ซิตี้) ก่อนที่จะพาทีมเข้าชิง เอฟเอ คัพ วอ
ปีติดต่อกัน

อย่างไรก็ตาม ความอดทนของเสี่ยมีขีดจำกัด เขาจัดการปลดคอนเต้ออกจากทีมหลังมือเปล่าในฤดูกาลที่สอง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายกับผลงานที่เขาทำให้กับทีม

และเปอร์เซ็นต์ชัยชนะที่เป็นรองเพียงอัฟรามที่ 65.1% รวมถึงจำนวนเกมที่มากกว่า จึงถือเป็นสถิติที่สวยหรูมากจริง ๆ

2. คาร์โล อันเชล็อตติ (2009-11)

เป็นอีกคนที่ยอดกุนซืออิตาเลี่ยนต้องตกเป็นเหยื่อ ‘ฤดูกาลที่สอง’ ของเสี่ยหมี หลังจากมือเปล่าในปีที่สองของการคุมทีม

กับเปอร์เซ็นต์คว้าชัยที่ 61.5% ‘พี่แจ้’ พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในฤดูกาลแรกทั้งพรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ พร้อมกับไสตล์การเล่นที่ดุดันที่สุดยุคหนึ่งของทีม

เชลซีมีเกมรุกที่ลื่นไหล ทำประตูมากที่สุดเป็นสถิติที่ 103 ลูก (ที่ต่อมาถูกทำลายโดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้) พวกเขาถล่มประตูได้มากกว่า 7 ลูกในสี่เกมลีก รวมถึงเกมที่ถล่มวีแกน 8-0

โชคไม่ดีที่ฤดูกาลที่สอง พวกเขาเก็บแต้มได้เพียง 71 แต้ม ทำให้เวลาของเขาหมดลง

1. โชเซ่ มูรินโญ่ (2004-2007, 2013-15)

ถึงแม้ว่าจุดจบจากทั้งสองสมัยนั้นคือรอยร้าว แต่เขาก็ยังเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคของเสี่ยหมี

‘เดอะ สเปเชี่ยล วัน’ คือกุนซือที่แฟนเชลซีรักมากที่สุด กับสถิติคว้าชัย 63.6% รวมทั้งสองสมัย และผลงานคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย และ เอฟเอ คัพ 1 สมัย

มูรินโญ่เป็นผู้ยกระดับทีมอย่างแท้จริงด้วยการครองฟุตบอลอังกฤษแต่เพียงผู้เดียว และสร้างชื่อเสียงในเวลทียุโรปได้กระฉ่อน

มูรินโญ่มีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่น, วาทะที่เฉียบแหลม นั่นก็ยิ่งทำให้เขาได้ใจจากแฟนบอลอย่างล้นปรี่

แน่นอนว่ามีช่วงเวลาที่ย่ำแย่จากทั้งสองสมัยในช่วงท้ายด้วยฟอร์มการเล่นและปัญหานอกสนาม แต่เมื่อดูภาพรวมแล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือผู้นำพาความสำเร็จมาสู่ทีม

ไม่ว่าเขาจะเป็น ‘เดอ สเปเชี่ยล วัน’ หรือ ‘เดอะ แฮปปี้ วัน’ เขาก็คือกุนซือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ คุณสามารถเข้ามาใช้บริการของเราได้จากการดาวน์โหลดจีคลับโปรแกรมGclub
หรือเล่นผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรงที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้สามารถเลือกเข้าใช้งานได้ทุกช่องทางเผื่อไว้ในกรณีที่ลิ้งค์ ทางเข้าจีคลับ Gclubเข้าไม่ได้
และเรามีบริการฟุตบอลออนไลน์ในแบบเวลาจริงสามารถ ล่นได้เกือบหมดเวลาในการแข่งขันของ แต่ละ แมทช์ ยังเลือกแทงได้หลายแบบ รูปแบบที่เล่นง่าย SBOBET นอกจากนั้น
สโบเบทเว็บพนันบอลออนไลน์ พนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าจีคลับ
สล็อตคาสิโน หวย อัตราต่อ รอง มีมาตรฐานมีผู้เล่น ในประเทศ ไทยอันดับ 1 กีฬาประเภทฟุตบอล นอกจากนั้น sbobet ยังมีกีฬาอื่นๆสมัคร จีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ